What is PMS ? ep.2

ประวัติและความเป็นมาของการรักษาด้วยคลื่น PMS

การรักษาด้วยคลื่น Peripheral magnetic stimulation (PMS) เป็นเทคนิคการรักษาทางการแพทย์ที่ใช้คลื่นสนามแม่เหล็กแบบพลังงานสูงในการกระตุ้นระบบประสาทส่วนปลาย (Peripheral nervous system)* ของร่างกาย

การใช้คลื่นสนามแม่เหล็กในการรักษามีความเป็นมาตั้งแต่ช่วงต้นของศตวรรษที่ 20 โดยการใช้คลื่นสนามแม่เหล็กในการรักษาเบื้องต้นเริ่มต้นด้วยการใช้คลื่นสนามแม่เหล็กแบบคงที่ที่มีพลังงานต่ำ เพื่อช่วยลดอาการปวด อาการอักเสบของเนื้อเยื่อหรือข้อต่อ ซึ่งต่อมาได้เริ่มมีพัฒนาการใช้งานคลื่นสนามแม่เหล็กแบบพลังงานสูงในการกระตุ้นสมอง ที่เรียกว่า Transcranial magnetic stimulation (TMS) ซึ่งสามารถกระตุ้นและยับยั้งการทำงานของสมองส่วนต่างๆได้ จึงนำไปรักษาในส่วนของผู้ป่วยภาวะซึมเศร้า (Depression) และผู้ป่วยที่มีการบาดเจ็บของสมอง เป็นต้น โดยการนำคลื่นสนามแม่เหล็กใช้การกระตุ้นภายนอกในช่วงแรก ใช้เพื่อการศึกษาการนำไฟฟ้าของระบบประสาทส่วนปลาย (Peripheral Nerve conduction) และการประเมินความสามารถของระบบประสาท

นักวิจัยใช้คอยล์แม่เหล็กในการสร้างช็อกไฟฟ้าแม่เหล็กแบบสั้นๆ ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเส้นประสาทแบบช่วง (Pulse)  ที่จะส่งเข้าไปยังเส้นประสาทแบบเฉพาะเจาะจง การกระตุ้นด้วยแม่เหล็กทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าในเส้นประสาท ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถประเมินการตอบสนองของระบบประสาท ความเร็วในการส่งข้อมูลและลักษณะการตอบสนองของระบบประสาทได้ และตามมาด้วยการใช้คลื่นสนามแม่เหล็กแบบพลังงานสูงที่เน้นไปการรักษาระบบประสาทส่วนปลาย ซึ่งการรักษาด้วยคลื่น PMS เป็นเครื่องมือที่สร้างคลื่นสนามแม่เหล็กที่มีความถี่และความเข้มของคลื่นที่เหมาะสมต่อการรักษาส่งไปยังบริเวณที่ต้องการรักษาบริเวณชั้นตื้นและลึกได้เป็นอย่างดี เพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาทภายในร่างกาย ซึ่งสามารถใช้ในการรักษาอาการปวด อาการชา การปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อ ลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ และส่งเสริมการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เป็นต้น

ทฤษฎีการกระตุ้นด้วยแม่เหล็กภายนอกได้ถูกปรับปรุงและขยายความสามารถในหลายๆ ด้าน รวมถึงในส่วนของงานวิจัยเบื้องต้น เช่น งานวิจัยทางเภสัชวิทยาทางประสาท ได้ศึกษาการกระตุ้นด้วยสนามแม่เหล็กภายนอกเพื่อศึกษาฟังก์ชันและการเชื่อมต่อของประสาทเส้นรอบขอบเขตภายในร่างกาย มันช่วยให้นักวิจัยเข้าใจบทบาทของประสาทเส้นรอบขอบเขตภายในกระบวนการทางสรีรวิทยาต่างๆ และอาการของโรคทางสมอง งานวิจัยทางคลินิกสามารถช่วยในการตรวจประเมินปัญหา Peripheral nerve disorder (ประสาทเส้นเสียหาย ประสาทที่เสียหายอาจไม่ส่งข้อความได้อย่างถูกต้อง หรืออาจไม่ทำงานเลย ผลที่เกิดขึ้นคือผู้ป่วยมีอาการปวดเจ็บ การเดินยาก หรือปัญหาอื่นๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าประสาทใดถูกเกี่ยวข้อง) เช่น ปลายประสาทอักเสบ (Peripheral neuropathies ) และการกดทับเส้นประสาท โดยการกระตุ้นประสาทที่เป็นภาวะผิดปกติ แพทย์สามารถประเมินฟังก์ชันของประสาทและตรวจพบความผิดปกติได้ หรือ การจัดการกับอาการปวด การกระตุ้นด้วยสนามแม่เหล็กภายนอกได้ถูกศึกษาเพื่อเป็นทางเลือกในการรักษาอาการปวดเรื้อรัง มีความเชื่อว่าการกระตุ้นด้วยแม่เหล็กสามารถปรับแต่งเส้นทางส่งสัญญาณเจาะจงเพื่อลดอาการปวดในบางสถานการณ์ อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องมีงานวิจัยเพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพของเทคนิคนี้ และในด้านการฟื้นฟูสมอง การกระตุ้นด้วยแม่เหล็กภายนอกกำลังได้รับการศึกษาเพื่อเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมพลาสติซิตี้ที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูสมรรถภาพการเคลื่อนไหว

มันได้แสดงความสมบูรณ์ในการช่วยเพิ่มการฟื้นฟูสมรรถภาพการเคลื่อนไหวในโรคหลอดเลือดสมองและการบาดเจ็บสมองส่วนล่างเช่น อัมพฤกษ์และการบาดเจ็บสมองส่วนล่า และในปัจจุบันการรักษาด้วยคลื่น PMS ได้รับความสนใจ ในการศึกษาทางด้านงานวิจัย และการใช้งานในหลายๆด้านมากขึ้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่มีความน่าสนใจที่จะนำมาประยุกต์ในการรักษาทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูมากเลยทีเดียว

*ระบบประสาทส่วนปลาย* (Peripheral Nervous System: PNS) คือส่วนของระบบประสาทที่แตกแขนงออกมาจากระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System: CNS) ทำหน้าที่รับและส่งกระแสประสาทหรือข้อมูลที่ได้รับจากส่วนต่างๆ ของร่างกายเข้าสู่สมองและไขสันหลัง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการควบคุมและประมวลผล และนำคำสั่งหรือผลของสิ่งเร้าที่ได้จากการประมวลผลส่งต่อไปปฏิบัติยังหน่วยรับความรู้สึกและอวัยวะรับสัมผัสต่างๆ รวมถึงเซลล์ประสาทและเส้นประสาทที่อยู่นอกระบบประสาทส่วนกลาง เพื่อให้ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้อย่างถูกต้อง เช่น ความรู้สึกเจ็บปวด ความรู้สึกร้อนและเย็น การรับรู้แรงกดทับที่ผิวหนัง และการเคลื่อนไหวของร่างกาย เป็นต้น **อ้างอิง https://ngthai.com/science/26889/peripheral-nervous-system/

โดย กภ.เอกพันธ์ ภู่เงิน

 

หลักการทำงานของ Peripheral Magnetic Stimulation (PMS)

What is PMS?

Peripheral Magnetic Stimulation (PMS) เป็นเทคนิคการบำบัดที่ใช้คลื่นแม่เหล็กในการกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท โดยการใช้สนามแม่เหล็กที่สร้างจากการกระแทกไฟฟ้าเข้ากับคอยล์แม่เหล็ก ที่วางบนผิวหนังบริเวณที่ต้องการรักษา สนามแม่เหล็กนี้จะสร้างกระแสไฟฟ้าในเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อของบริเวณนั้น ซึ่งสามารถกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทตามแนวประสาทได้

Peripheral Magnetic Stimulation (PMS) สามารถกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทตามแนวประสาทได้โดยตรง และสามารถสร้างกระแสไฟฟ้าในเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อของบริเวณนั้นได้ด้วยความแรงที่สูงขึ้น ซึ่งสามารถเป็นประโยชน์ในการรักษาอาการปวดหลัง อาการปวดเมื่อยเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ และการกู้ฟื้นสมรรถภาพหลังการบาดเจ็บ

ลักษณะหลักของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า

Electromagnetic Field หรือ ฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กเป็นฟิลด์ทางกายภาพที่ถูกสร้างขึ้นโดยอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าซึ่งจะมีแรงกระทำต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าอื่นๆ ภายในขอบเขตของมัน เป็นแนวคิดพื้นฐานในฟิสิกส์และมีบทบาทสำคัญในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหลายอย่าง

คุณลักษณะของ Electromagnetic Field ฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กมีหลายอย่าง ได้แก่

Strength ความแข็งแรง: ความแข็งแรงของฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กจะถูกกำหนดโดยปริมาณประจุไฟฟ้าที่มีอยู่และระยะห่างจากแหล่งกำเนิดของฟิลด์ ความแข็งแรงของฟิลด์จะลดลงเมื่อห่างจากแหล่งกำเนิด

Direction ทิศทาง:ทิศทางของฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กเป็นแนวตั้งกับทิศทางของฟิลด์ไฟฟ้าและไฟล์แม่เหล็กที่เข้าด้วยกันเพื่อสร้างเป็นฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กนั้นเอง

Frequency ความถี่: ความถี่ของฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กคือจำนวนรอบต่อวินาทีของฟิลด์ไฟฟ้าและแม่เหล็ก สิ่งนี้กำหนดความยาวคลื่นของฟิลด์ซึ่งเป็นระยะห่างระหว่างจุดสูงสุดหรือต่ำสุดต่อเนื่องกัน

Polarization โพลาริเซชันของฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กหมายถึงการวางทิศทางของเวกเตอร์ฟิลด์ไฟฟ้าในระนาบที่ตั้งฉากกับทิศทางการกระจายของฟิลด์นั้นๆ ซึ่งเป็นการกำหนดทิศทางของความเข้มของฟิลด์ไฟฟ้าที่สลับกันเรื่อยๆ ในเวลาเดียวกันโดยมีการสลับทิศทางของการสลับนั้นๆ ที่เกิดขึ้นแบบเป็นระยะเวลาเท่าๆ กัน

Speed ความเร็ว: ความเร็วของฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กเป็นคงที่และเท่ากับความเร็วของแสงในสภาวะว่างเปล่า ซึ่งประมาณ 299,792,458 เมตรต่อวินาที

Electromagnetic Spectrum สเปกตรัมไฟฟ้าแม่เหล็ก: สเปกตรัมไฟฟ้าแม่เหล็กคือช่วงของรังสีไฟฟ้าแม่เหล็กทุกชนิดตั้งแต่คลื่นวิทยุจนถึงแกมมา แต่ละชนิดของรังสีจะมีความถี่และความยาวคลื่นที่แตกต่างกันซึ่งกำหนดคุณสมบัติและการประยุกต์ใช้ของมันแตกต่างกันไป

 แล้ว PMS ล่ะ ลักษณะเป็นอย่างไร

  • สนามแม่เหล็กมีความแรงและความถี่สูง เพื่อให้สามารถกระตุ้นประสาทได้ในลักษณะที่มีประสิทธิภาพ ควางแรงหรือความเข้มข้นของการรักษาตาม Clinical Paper ต่างๆ อยู่ในช่วง 3 Tesla

  • การซึมผ่านเนื้อเยื่อไปยังพื้นที่ลึกของร่างกายโดยมีการเข้าถึงได้ถึงชั้นลึกของเนื้อเยื่อได้มากกว่าอุปกรณ์อื่นๆ อาจสามารถลงลึกได้ถึง 10 เซ็นติเมตร

  • Pulsating การส่งสัญญาณไฟฟ้าหรือการกระตุ้นในลักษณะของช่วงเวลาที่แตกต่างกัน โดยมักใช้ในการอธิบายคุณสมบัติของสิ่งของที่ส่งผลกระทบได้ตามช่วงเวลา

สนามแม่เหล็กสามารถสร้างการกระตุ้นการขาดไฟฟ้าของเซลล์ประสาทได้ เมื่อสนามแม่เหล็กผ่านผ่านเซลล์ประสาท จะสามารถกำเนิดกระแสไฟฟ้าให้ไหลผ่านเซลล์ได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประจุไฟฟ้าของเมมเบรนเซลล์ ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดไฟฟ้าของเซลล์ กระบวนการนี้เรียกว่า depolarization ซึ่งเป็นกระบวนการที่ประจุไฟฟ้าข้ามเมมเบรนเซลล์กลายเป็นลบน้อยลง ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างสัญญาณไฟฟ้าชั่วคราวที่เรียกว่า action potential ซึ่งเป็นสัญญาณไฟฟ้าแบบสั้น ๆ ที่ใช้ในการสื่อสารกันระหว่างเซลล์ประสาทกันและกัน การใช้สนามแม่เหล็กในการสร้างกระแสไฟฟ้าขาดในเซลล์ประสาทเป็นเทคนิคที่ใช้ในบางรูปแบบของการรักษาด้านการปรับปรุงการทำงานของระบบประสาท เช่น Transcranial Magnetic Stimulation (TMS) หรือ Peripheral Magnetic Stimulation.

START TYPING AND PRESS ENTER TO SEARCH