What is PMS Ep.3

หลักการทำงานของ Peripheral Magnetic Stimulation (PMS) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีการรักษาด้วยการกระตุ้นด้วยสนามแม่เหล็ก (Magnetic field) ที่ใช้เพื่อกระตุ้นระบบประสาทภายในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบประสาทส่วนปลาย (Peripheral Nervous System) ซึ่งเป็นเส้นใยประสาทที่อยู่นอกส่วนของสมองและกระดูกสันหลัง

โดยหลักการทำงานของเครื่อง PMS มาจากหลักการของกฎวงจรของแอมแปร (Ampere’s circuital law) เป็นหนึ่งในกฎของฟิสิกส์ที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างกระแสไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นรอบตัวนำไฟฟ้า กฎนี้ได้รับชื่อจากนักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศสชื่อ “อันดรีแอมแปร” (André-Marie Ampère) ผู้ที่ค้นพบและศึกษาเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้าในคริสตัลเทนส์ในช่วงต้นของศตวรรษที่ 19 และเป็นหนึ่งในหลักการที่สำคัญในฟิสิกส์ที่เกี่ยวข้องกับกระแสไฟฟ้าและสนามแม่เหล็ก ซึ่งกล่าวว่า เมื่อกระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัวนำจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กรอบๆตัวนำไฟฟ้า โดยสนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นนี้ก็จะสามารถสร้างกระแสไฟฟ้าไปยังวงจรอื่นๆในระบบได้ต่อไปอีก และจะเกิดการสร้างสนามแม่เหล็กและกระแสไฟฟ้าซ้ำไปซ้ำมาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจากหลักการดังกล่าวตัวเครื่อง PMS มีหน้าที่ในการสร้างกระแสไฟฟ้ากำลังสูงส่งไปยังตัวนำไฟฟ้าภายในหัวส่งคลื่น โดยตัวนำไฟฟ้าภายในหัวส่งคลื่นจะวางตัวเป็นขด (coil) หรือทรงกลมอยู่ภายใน ซึ่งจะทำให้เกิดสนามแม่เหล็กที่มีพลังงานสูงมากกว่าตัวนำแบบเส้นตรงจากการรวมตัวกันของสนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้น เมื่อนำไปวางตามแนวเส้นประสาทที่ต้องการ ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าในเนื้อเยื่อและระบบประสาท ซึ่งจะทำให้เกิดการทำงานของเส้นประสาท ส่งสัญญาณไปยังระบบประสาทรับความรู้สึกและการสั่งการทำงานของกล้ามเนื้อจนสามารถเกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อได้ ถึงการใช้เครื่อง PMS จะเป็นการส่งคลื่นสนามแม่เหล็กกำลังสูงในระดับที่ทำให้เกิดผลการกระตุ้นในระบบประสาทได้ แต่ไม่ถึงขั้นทำลายเนื้อเยื่อ ทำให้การกระตุ้นนี้ค่อนข้างมีความปลอดภัยในการรักษา แต่อย่างไรก็ตาม การใช้เครื่อง PMS ก็จำเป็นต้องคำนึงถึงการควบคุมความเข้มข้นของกระแสไฟฟ้าให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในกรณีที่มีอาการป่วยหรือสภาวะที่อาจเกิดความเสี่ยงเพิ่มเติม จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำและรักษาจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เท่านั้น

โดย กภ.เอกพันธ์ ภู่เงิน

หลักการทำงานของ Peripheral Magnetic Stimulation (PMS)

What is PMS?

Peripheral Magnetic Stimulation (PMS) เป็นเทคนิคการบำบัดที่ใช้คลื่นแม่เหล็กในการกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท โดยการใช้สนามแม่เหล็กที่สร้างจากการกระแทกไฟฟ้าเข้ากับคอยล์แม่เหล็ก ที่วางบนผิวหนังบริเวณที่ต้องการรักษา สนามแม่เหล็กนี้จะสร้างกระแสไฟฟ้าในเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อของบริเวณนั้น ซึ่งสามารถกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทตามแนวประสาทได้

Peripheral Magnetic Stimulation (PMS) สามารถกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทตามแนวประสาทได้โดยตรง และสามารถสร้างกระแสไฟฟ้าในเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อของบริเวณนั้นได้ด้วยความแรงที่สูงขึ้น ซึ่งสามารถเป็นประโยชน์ในการรักษาอาการปวดหลัง อาการปวดเมื่อยเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ และการกู้ฟื้นสมรรถภาพหลังการบาดเจ็บ

ลักษณะหลักของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า

Electromagnetic Field หรือ ฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กเป็นฟิลด์ทางกายภาพที่ถูกสร้างขึ้นโดยอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าซึ่งจะมีแรงกระทำต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าอื่นๆ ภายในขอบเขตของมัน เป็นแนวคิดพื้นฐานในฟิสิกส์และมีบทบาทสำคัญในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหลายอย่าง

คุณลักษณะของ Electromagnetic Field ฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กมีหลายอย่าง ได้แก่

Strength ความแข็งแรง: ความแข็งแรงของฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กจะถูกกำหนดโดยปริมาณประจุไฟฟ้าที่มีอยู่และระยะห่างจากแหล่งกำเนิดของฟิลด์ ความแข็งแรงของฟิลด์จะลดลงเมื่อห่างจากแหล่งกำเนิด

Direction ทิศทาง:ทิศทางของฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กเป็นแนวตั้งกับทิศทางของฟิลด์ไฟฟ้าและไฟล์แม่เหล็กที่เข้าด้วยกันเพื่อสร้างเป็นฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กนั้นเอง

Frequency ความถี่: ความถี่ของฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กคือจำนวนรอบต่อวินาทีของฟิลด์ไฟฟ้าและแม่เหล็ก สิ่งนี้กำหนดความยาวคลื่นของฟิลด์ซึ่งเป็นระยะห่างระหว่างจุดสูงสุดหรือต่ำสุดต่อเนื่องกัน

Polarization โพลาริเซชันของฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กหมายถึงการวางทิศทางของเวกเตอร์ฟิลด์ไฟฟ้าในระนาบที่ตั้งฉากกับทิศทางการกระจายของฟิลด์นั้นๆ ซึ่งเป็นการกำหนดทิศทางของความเข้มของฟิลด์ไฟฟ้าที่สลับกันเรื่อยๆ ในเวลาเดียวกันโดยมีการสลับทิศทางของการสลับนั้นๆ ที่เกิดขึ้นแบบเป็นระยะเวลาเท่าๆ กัน

Speed ความเร็ว: ความเร็วของฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กเป็นคงที่และเท่ากับความเร็วของแสงในสภาวะว่างเปล่า ซึ่งประมาณ 299,792,458 เมตรต่อวินาที

Electromagnetic Spectrum สเปกตรัมไฟฟ้าแม่เหล็ก: สเปกตรัมไฟฟ้าแม่เหล็กคือช่วงของรังสีไฟฟ้าแม่เหล็กทุกชนิดตั้งแต่คลื่นวิทยุจนถึงแกมมา แต่ละชนิดของรังสีจะมีความถี่และความยาวคลื่นที่แตกต่างกันซึ่งกำหนดคุณสมบัติและการประยุกต์ใช้ของมันแตกต่างกันไป

 แล้ว PMS ล่ะ ลักษณะเป็นอย่างไร

  • สนามแม่เหล็กมีความแรงและความถี่สูง เพื่อให้สามารถกระตุ้นประสาทได้ในลักษณะที่มีประสิทธิภาพ ควางแรงหรือความเข้มข้นของการรักษาตาม Clinical Paper ต่างๆ อยู่ในช่วง 3 Tesla

  • การซึมผ่านเนื้อเยื่อไปยังพื้นที่ลึกของร่างกายโดยมีการเข้าถึงได้ถึงชั้นลึกของเนื้อเยื่อได้มากกว่าอุปกรณ์อื่นๆ อาจสามารถลงลึกได้ถึง 10 เซ็นติเมตร

  • Pulsating การส่งสัญญาณไฟฟ้าหรือการกระตุ้นในลักษณะของช่วงเวลาที่แตกต่างกัน โดยมักใช้ในการอธิบายคุณสมบัติของสิ่งของที่ส่งผลกระทบได้ตามช่วงเวลา

สนามแม่เหล็กสามารถสร้างการกระตุ้นการขาดไฟฟ้าของเซลล์ประสาทได้ เมื่อสนามแม่เหล็กผ่านผ่านเซลล์ประสาท จะสามารถกำเนิดกระแสไฟฟ้าให้ไหลผ่านเซลล์ได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประจุไฟฟ้าของเมมเบรนเซลล์ ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดไฟฟ้าของเซลล์ กระบวนการนี้เรียกว่า depolarization ซึ่งเป็นกระบวนการที่ประจุไฟฟ้าข้ามเมมเบรนเซลล์กลายเป็นลบน้อยลง ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างสัญญาณไฟฟ้าชั่วคราวที่เรียกว่า action potential ซึ่งเป็นสัญญาณไฟฟ้าแบบสั้น ๆ ที่ใช้ในการสื่อสารกันระหว่างเซลล์ประสาทกันและกัน การใช้สนามแม่เหล็กในการสร้างกระแสไฟฟ้าขาดในเซลล์ประสาทเป็นเทคนิคที่ใช้ในบางรูปแบบของการรักษาด้านการปรับปรุงการทำงานของระบบประสาท เช่น Transcranial Magnetic Stimulation (TMS) หรือ Peripheral Magnetic Stimulation.

FDA Cleared! Magsculpt : เครื่องให้การรักษาด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าทางกายภาพ

บริษัท K1MED ประเทศเกาหลี ร่วมมือระหว่างบริษัท ประภัสสร เอ็นจิเนียริ่ง ซัพพลาย จำกัด ในการจัดจำหน่าย เครื่องให้การรักษาด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า รุ่น Magsculpt ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาประจำประเทศไทย พร้อมจำหน่ายในเดือน กันยายน 2565

 

START TYPING AND PRESS ENTER TO SEARCH