CPM เครื่องบริหารข้อเข่าและสะโพก

เครื่องบริหารข้อเข้าแบบต่อเนื่อง FISIOTEK 3000GS

เครื่องบริหารข้อเข้าแบบต่อเนื่อง FISIOTEK 3000GS เป็นเครื่องที่ช่วยในการฟื้นฟูสมรรถภาพของหัวเข่า และสะโพก โดยมีผลการรักษาทางคลินิกดังนี้

 

ข้อบ่งใช้และประโยชน์

  1. เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณข้อเข่า
  2. เพิ่มการทำงานของระบบการไหลเวียนของโลหิตหรือสมรรถภาพระบบหายใจ
  3. ช่วยเพิ่มพิสัยของการเคลื่อนไหวของสะโพก
  4. ทำให้กล้ามเนื้อแบะเอ็นรอบข้อ เยื่อหุ้มข้อคลายตัว หรือยึดตัว
  5. ลดปวด
  6. ลดอาการชาของขา ที่มีสาเหตุมาจากเส้นประสาทถูกกดทับ
  7. ลดแรงกดที่เกิดขึ้นบนหมอนรองกระดูก

Specifications

Main Features

fisiotek2-9nhzj2
  1. สินค้านำเข้าจากประเทศอิตาลี และได้รับมาตรฐานความปลอดภัย Class l type B ตามมาตรฐาน EN 60601-1-1-2
  2. น้ำหนักเครื่อง 5 กิโลกรัม สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายและสะดวก
  3. สามารถใช้ได้กับไฟฟ้า 90-250 โวลต์ 50/60 เฮิรตซ์
  4. มีมอเตอร์และหน้าปัดแสดงผลด้วยระบบดิจิตอล เพื่อควบคุมการทำงานของอุปกรณ์
  5. มีรีโมทคอนโทรล ปุ่ม Start/Stop สำหรับควบคุมการทำงานของอุปกรณ์
  6. มีเมมโมรีการ์ดสำหรับบันทึกการรักษาผู้ป่วย
  7. สามารถเลือกโหมดการทำงานได้ ทั้งแบบต่อเนื่องและแบบเป็นช่วง
  8. ช่วยเพิ่มองศาการงอหรือเหยียดข้อเข่า ได้ในช่วงไม่น้อยกว่า -10 องศา ถึง 120 องศา
  9. ช่วยเพิ่มองศาการงอหรือเหยียดข้อสะโพก ได้ในช่วง 7 องศา ถึง 115 องศา
  10. สามารถปรับความเร็วได้ ตั้งแต่ 8 ถึง 3.5 องศา/วินาที และปรับระดับความเร็วได้ 10 ระดับ
  11. สามารถปรับกำลังของมอเตอร์ให้สมดุลกับน้ำหนักของขาได้สูงสุด 40 กิโลกรัม
  12. สามารถตั้งค่าโปรแกรมการฟื้นฟูสมรรถภาพได้ตั้งแต่ 5-60 นาที
  13. สามารถหยุดพักขณะงอหรือเหยียดค้างไว้ ได้ตั้งแต่ 0 ถึง 30 วินาที

คำเตือน ข้อควรระวัง ข้อห้ามใช้

fisiotek2-9nhzj2

“อ่านคําเตือนในฉลาก และเอกสารกํากับเครื่องมือแพทย์ก่อนใช้”

 

คำเตือน

  1. ใช้โดยแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด
  2. อาจทำให้เกิดอาการช็อค หรือหมดสติจากการทำงานที่ผิดปกของเครื่อง หรืออาจทำให้เกิดการบาดเจ็บของร่างกายจากการรั่วของกระแสไฟฟ้าของเครื่อง
  3. ตรวจสอบสวิตช์หยุดฉุกเฉินให้ทำงานได้ตลอดเวลา
  4. บริเวณของร่างกายที่จะใช้กับเครื่อง
  5. ระยะเวลาในการออกกำลังกายของแต่ละเครื่อง
  6. การปรับการตั้งค่าอุปกรณ์ จะต้องกำหนดการตั้งค่าโดยแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด
  7. หากผู้ป่วยไม่สามารถดูแลตัวเองได้ระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ป่วยควรต้องมีผู้ช่วยเหลือ
  8. นักกายภาพบำบัดต้องให้คำแนะนำวิธีการใช้รีโมทสำหรับกดเริ่มต้นและหยุด กับผู้ป่วย
  9. อาการต่างๆที่อาจเกิดขึ้นจากการออกกำลังกายมากเกินไป เช่น เป็นลม หน้ามืด วิงเวียน
  10. ปวดกล้ามเนื้อ
  11. อันตรายต่างๆที่อาจเกิดจากการใช้เครื่อง

 

ข้อควรระวัง

  1. ความผิดปกติเกี่ยวกับการทำงานของหัวใจ
  2. ความดันโลหิตผิดปกติ
  3. ภาวะโลหิตจาง
  4. ภาวะข้อหลุดหรือเคลื่อน
  5. การใช้แรงต้านหรือแรงดึงที่มาก อาจทำให้กล้ามเนื้อฉีกขาด
  6. ระยะแรกหลังการผ่าตัด
  7. เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และหญิงมีครรภ์
  8. ผู้มีอาการเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย
  9. มีอาการปวดเมื่อยหรือบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ
  10. การอักเสบและการติดเชื้อ
  11. อาจทำให้เกิดอาการปวดกรณีที่เกิดแรงดึงมากเกินไป หรือระยะเวลาดึงนานเกินไป
  12. ภาวะโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะกระดูกพรุน (Ankylosis spondylitis)
  13. มีความผิดปกติเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด
  14. ภาวะข้อกระดูกสันหลังไม่มั่นคง (Instability of spine)

 

ข้อห้ามใช้

  1. การบาดเจ็บระยะเฉียบพลันในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการดึง
  2. บริเวณที่มีแผลบาดเจ็บ หรือแผลเปิด
  3. ผู้ที่เป็นมะเร็ง หรือเนื้องอกของกระดูก หรือเนื้อเยื่อบริเวณที่ดึง
  4. ภาวะการติดเชื้อของกระดูกสันหลัง เช่น วัณโรค
  5. ภาวะกระดูกพรุนขั้นรุนแรง
  6. ภาวะประสาทไขสันหลังถูกกดทับ หรืออัมพาตท่อนล่าง
  7. ภาวะเป็นริดสีดวงทวารขั้นรุนแรง ภาวะไส้เลื่อน
  8. ภาวะเส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพอง
  9. ภาวะความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมได้

START TYPING AND PRESS ENTER TO SEARCH