หลักการทำงานของ Peripheral Magnetic Stimulation (PMS)

What is PMS?

Peripheral Magnetic Stimulation (PMS) เป็นเทคนิคการบำบัดที่ใช้คลื่นแม่เหล็กในการกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท โดยการใช้สนามแม่เหล็กที่สร้างจากการกระแทกไฟฟ้าเข้ากับคอยล์แม่เหล็ก ที่วางบนผิวหนังบริเวณที่ต้องการรักษา สนามแม่เหล็กนี้จะสร้างกระแสไฟฟ้าในเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อของบริเวณนั้น ซึ่งสามารถกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทตามแนวประสาทได้


Peripheral Magnetic Stimulation (PMS) สามารถกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทตามแนวประสาทได้โดยตรง และสามารถสร้างกระแสไฟฟ้าในเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อของบริเวณนั้นได้ด้วยความแรงที่สูงขึ้น ซึ่งสามารถเป็นประโยชน์ในการรักษาอาการปวดหลัง อาการปวดเมื่อยเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ และการกู้ฟื้นสมรรถภาพหลังการบาดเจ็บ


ลักษณะหลักของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า

Electromagnetic Field หรือ ฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กเป็นฟิลด์ทางกายภาพที่ถูกสร้างขึ้นโดยอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าซึ่งจะมีแรงกระทำต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าอื่นๆ ภายในขอบเขตของมัน เป็นแนวคิดพื้นฐานในฟิสิกส์และมีบทบาทสำคัญในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหลายอย่าง

คุณลักษณะของ Electromagnetic Field ฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กมีหลายอย่าง ได้แก่

Strength ความแข็งแรง: ความแข็งแรงของฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กจะถูกกำหนดโดยปริมาณประจุไฟฟ้าที่มีอยู่และระยะห่างจากแหล่งกำเนิดของฟิลด์ ความแข็งแรงของฟิลด์จะลดลงเมื่อห่างจากแหล่งกำเนิด

Direction ทิศทาง:ทิศทางของฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กเป็นแนวตั้งกับทิศทางของฟิลด์ไฟฟ้าและไฟล์แม่เหล็กที่เข้าด้วยกันเพื่อสร้างเป็นฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กนั้นเอง

Frequency ความถี่: ความถี่ของฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กคือจำนวนรอบต่อวินาทีของฟิลด์ไฟฟ้าและแม่เหล็ก สิ่งนี้กำหนดความยาวคลื่นของฟิลด์ซึ่งเป็นระยะห่างระหว่างจุดสูงสุดหรือต่ำสุดต่อเนื่องกัน

Polarization โพลาริเซชันของฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กหมายถึงการวางทิศทางของเวกเตอร์ฟิลด์ไฟฟ้าในระนาบที่ตั้งฉากกับทิศทางการกระจายของฟิลด์นั้นๆ ซึ่งเป็นการกำหนดทิศทางของความเข้มของฟิลด์ไฟฟ้าที่สลับกันเรื่อยๆ ในเวลาเดียวกันโดยมีการสลับทิศทางของการสลับนั้นๆ ที่เกิดขึ้นแบบเป็นระยะเวลาเท่าๆ กัน

Speed ความเร็ว: ความเร็วของฟิลด์ไฟฟ้าแม่เหล็กเป็นคงที่และเท่ากับความเร็วของแสงในสภาวะว่างเปล่า ซึ่งประมาณ 299,792,458 เมตรต่อวินาที

Electromagnetic Spectrum สเปกตรัมไฟฟ้าแม่เหล็ก: สเปกตรัมไฟฟ้าแม่เหล็กคือช่วงของรังสีไฟฟ้าแม่เหล็กทุกชนิดตั้งแต่คลื่นวิทยุจนถึงแกมมา แต่ละชนิดของรังสีจะมีความถี่และความยาวคลื่นที่แตกต่างกันซึ่งกำหนดคุณสมบัติและการประยุกต์ใช้ของมันแตกต่างกันไป


 แล้ว PMS ล่ะ ลักษณะเป็นอย่างไร

  • สนามแม่เหล็กมีความแรงและความถี่สูง เพื่อให้สามารถกระตุ้นประสาทได้ในลักษณะที่มีประสิทธิภาพ ควางแรงหรือความเข้มข้นของการรักษาตาม Clinical Paper ต่างๆ อยู่ในช่วง 3 Tesla

  • การซึมผ่านเนื้อเยื่อไปยังพื้นที่ลึกของร่างกายโดยมีการเข้าถึงได้ถึงชั้นลึกของเนื้อเยื่อได้มากกว่าอุปกรณ์อื่นๆ อาจสามารถลงลึกได้ถึง 10 เซ็นติเมตร

  • Pulsating การส่งสัญญาณไฟฟ้าหรือการกระตุ้นในลักษณะของช่วงเวลาที่แตกต่างกัน โดยมักใช้ในการอธิบายคุณสมบัติของสิ่งของที่ส่งผลกระทบได้ตามช่วงเวลา

สนามแม่เหล็กสามารถสร้างการกระตุ้นการขาดไฟฟ้าของเซลล์ประสาทได้ เมื่อสนามแม่เหล็กผ่านผ่านเซลล์ประสาท จะสามารถกำเนิดกระแสไฟฟ้าให้ไหลผ่านเซลล์ได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประจุไฟฟ้าของเมมเบรนเซลล์ ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดไฟฟ้าของเซลล์ กระบวนการนี้เรียกว่า depolarization ซึ่งเป็นกระบวนการที่ประจุไฟฟ้าข้ามเมมเบรนเซลล์กลายเป็นลบน้อยลง ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างสัญญาณไฟฟ้าชั่วคราวที่เรียกว่า action potential ซึ่งเป็นสัญญาณไฟฟ้าแบบสั้น ๆ ที่ใช้ในการสื่อสารกันระหว่างเซลล์ประสาทกันและกัน การใช้สนามแม่เหล็กในการสร้างกระแสไฟฟ้าขาดในเซลล์ประสาทเป็นเทคนิคที่ใช้ในบางรูปแบบของการรักษาด้านการปรับปรุงการทำงานของระบบประสาท เช่น Transcranial Magnetic Stimulation (TMS) หรือ Peripheral Magnetic Stimulation.

อ่านต่อ

ประวัติและความเป็นมาของการรักษาด้วยคลื่น PMS

Summary
หลักการทำงานของ Peripheral Magnetic Stimulation (PMS)
Article Name
หลักการทำงานของ Peripheral Magnetic Stimulation (PMS)
Description
Peripheral Magnetic Stimulation (PMS) เป็นเทคนิคการบำบัดที่ใช้คลื่นแม่เหล็กในการกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท โดยการใช้สนามแม่เหล็กที่สร้างจากการกระแทกไฟฟ้าเข้ากับคอยล์แม่เหล็ก ที่วางบนผิวหนังบริเวณที่ต้องการรักษา สนามแม่เหล็กนี้จะสร้างกระแสไฟฟ้าในเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อของบริเวณนั้น ซึ่งสามารถกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทตามแนวประสาทได้
Author

About the Author :

Leave a Comment

START TYPING AND PRESS ENTER TO SEARCH