QMD Laser Cryo Thermal

QMD® Helios Cyro-Thermal

เครื่องเลเซอร์ และเครื่องบำบัดด้วยความเย็น-ความร้อน qmd® helios cryo-thermal

เครื่องให้การรักษาด้วยแสงเลเซอร์ชนิดกำลังสูง เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ (Muscle injuries) อาการบาดเจ็บของเส้นเอ็น (Tendinopathies) อาการบาดเจ็บของข้อต่อ ( Degenerative joint disorder) และกระตุ้นการหายของแผล มาพร้อมกับโปรแกรมให้การรักษาด้วยความเย็น-ความร้อน (CRYOTHERMAL THERAPY)

 การบำบัดด้วยเลเซอร์

การบำบัดด้วยเลเซอร์ เป็นการรักษาโดยการยิงเลเซอร์ จุดกำเนิดพลังงานมาจากแหล่งจ่ายรังสีที่มีกำลังไฟฟ้าแม่เหล็ก ที่ปรับให้คลื่นมีความยาวเฉพาะ ฉายเข้าไป ณ บริเวณที่มีอาการบาดเจ็บ โดยเป็นการฉายรังสีเข้าที่ผิวด้านนอกของร่างกาย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการรักษาพยาธิสภาพของระบบกล้ามเนื้อ เอ็น และกระดูก ที่มีความเจ็บปวดมากตั้งแต่ระดับตื้นไปจนถึงชั้นลึกที่สุด สามารถบำบัดบริเวณหรือพยาธิสภาพที่อยู่ในระดับลึกอย่างได้ผล

การบำบัดด้วยความเย็น และการบำบัดด้วยความร้อน

อุปกรณ์สามารถให้การบำบัดควบคู่ได้ทั้งสองแบบ ดังนี้

: การบำบัดด้วยความร้อนตื้น (Thermal Therapy) สร้างความร้อนตื้นและเพิ่มอุณหภูมิของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง

: การบำบัดด้ยความเย็น (Cryo Therapy) สร้างความเย็นและลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็วต่อเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง

Specifications

Main Features

laser-qmd-helios

ความยาวคลื่นสำหรับการบำบัด

: ความยาวคลื่น 808 นาโนเมตรจะถูกส่งเป็นพิเศษเมื่อต้องการผลการกระตุ้นทางชีวภาพประเภทหนึ่ง เหมาะมากในกรณีของการอักเสบในระยะเฉียบพลันหรือมีอาการบวมน้ำ เนื่องจากโมเลกุลของน้ำสร้างความต้านทานได้ค่อนข้างต่ำ

: ความยาวคลื่น 1,064 นาโนเมตรมีความหลากหลายมาก มีคุณสมบัติในการระงับปวด และเมลานินสร้างความต้านทานเพียงเล็กน้อย

: ความยาวคลื่น 1120 นาโนเมตรมีลักษณะคล้ายกันและแนะนำคำแนะนำเดียวกันกับ 1064 นาโนเมตร แต่รับประกันผลที่ดีกว่าในระดับของเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อและในกรณีของการอักเสบเฉียบพลันและความเจ็บปวดเนื่องจากมีการแทรกซึมที่ดีและเมลานินสร้างค่อนข้างน้อย

 การรักษาโดยโปรแกรมสำเร็จรูป

:  effect – การรักษาให้ได้ตามผลที่ต้องการ

: district – การรักษาตามบริเวณที่ต้องการรักษา

: mode – การรักษาตามรูปแบบการรักษา

: information – ตัวเลือกสำหรับให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการบำบัดและการรักษาที่วางไว้

 โหมดการรักษา

: โหมดต่อเนื่องเป็นโหมดที่ต้องการให้เห็นถึงผลของความร้อน และการเพิ่มการไหลเวียนเลือด

: โหมด superpulsed มีไว้เพื่อบรรเทาอาการปวดและโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการรักษาจุด Trigger Point

: โหมด Pulse ช่วยให้สามารถเลือกองค์ประกอบทางชีวเคมีที่แตกต่างกันและลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อโดยไม่ให้ความร้อนกับผิวหนังมากนัก

: โหมด Harmonic เป็นการสแกนความถี่ เป็นวิธีแก้ปัญหาที่หลากหลายที่สุดเมื่อจำเป็นต้องได้รับผลการรักษาที่มากขึ้นพร้อมๆ กัน รวมถึงผลต้านการอักเสบที่เห็นผล

Technical Parameters

laser-qmd-helios

Technical characteristics laser qmd® helios

Nominal power: until 24 W
Spot diameter with spacer S: 22 mm
Spot diameter with spacer M: 40 mm
Spot diameter with spacer L: 109 mm
Wavelenght: 808nm – 1064nm – 1120nm
Beam divergence: About 43°
Energy density with spacer S: 6,32 W/cm2
Energy density with spacer M: 1,91 W/cm2
Energy density with spacer L: 0,26 W/cm2
Operating mode: continuous – pulsed – superpulsed – qmd® harmonic polsation

Technical characteristics qmd® cryo-thermal

Nominal power: 150 W
Frequency: 50/60 KHz+/-10 Hz
Operating mode: continuous

คำเตือน ข้อควรระวัง ข้อห้ามใช้

laser-qmd-helios

คำเตือน ข้อควรระวัง ข้อห้ามใช้

“อ่านคําเตือนในฉลาก และเอกสารกํากับเครื่องมือแพทย์ก่อนใช้”

คำเตือน

การบำบัดด้วยเลเซอร์

  1. ใช้โดยแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด
  2. ในขณะเปิดเครื่อง ควรใส่แว่นกันรังสีทั้งผู้ใช้และผู้เข้ารับการรักษา
  3. อาหาร ยา และสารบางชนิดอาจส่งผลให้เพิ่มผลของรังสี จึงควรปรึกษาแพทย์
  4. นำวัตถุที่มีผิวสะท้อนแสงออกจากห้องหรือใช้ผ้าคุมปิดไว้ (ได้แก่กระจก พื้นโลหะ หน้าต่าง เครื่องมือและอุปกรณ์อื่นๆ)
  5. ติดไฟพิเศษที่นอกห้อง แจ้งเตือนว่ามีการใช้แสงเลเซอร์ระหว่างทำการรักษา
  6. ในห้องมีแสงไฟเพียงพอ เพื่อให้รูม่านตามีการหดตัว
  7. ระหว่างการรักษา ผู้ให้การบำบัดต้องเฝ้าระวังอย่างถี่ถ้วนตลอดเวลา เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ป่วยอยู่ในภาวะปลอดภัย

การบำบัดด้วยความเย็น-ความร้อน

  1. ใช้โดยแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด
  2. เครื่องดังกล่าวอาจก่อให้เกิด
    • การช็อคหรือหมดสติ จากการทำงานของเครื่องที่ผิดปกติหรือเกิดการบาดเจ็บจากกระแสไฟฟ้ารั่ว
    • อันตรายต่อเนื้อเยื่อ อันเป็นผลจากความผิดพลาดในการควบคุมอุณหภูมิในขณะทำให้เกิดความเย็นต่อเนื้อเยื่อ
  3. ไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกิน 30 นาที
  4. ผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 6 ปี
  5. ผู้ที่มีความผิดปกติในระบบหลอดเลือดหัวใจอย่างรุนแรง
  6. ผู้ที่มีโรคผิวหนังเฉียบพลัน (มีผื่นแดง ผิวหนังอักเสบ)
  7. บริเวณที่มีแผลเปิด หรือแผลติดเชื้อ
  8. บริเวณผิวหนังที่มีเส้นเลือดหล่อเลี้ยงส่วนปลายน้อยลง
  9. บริเวณเนื้อเยื่อที่มีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่
  10. ผู้ที่ผ่านการรักษาด้วยรังสีเอ็กซเรย์หรือการฉายรังสีที่ใช้ประจุในบริเวณที่จะทำการรักษา (ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา)
  11. บริเวณเนื้อเยื่อที่เป็นเนื้องอก
  12. ผู้ที่มีความผิดปกติทางจิต
  13. ผู้ที่มีอารมณ์ปรวนแปร
  14. ผู้ที่มีไข้เฉียบพลัน
  15. ผู้ป่วยด้วยภาวะ Raynaud
  16. ผู้ที่มีภาวะ Cryoglobulinaemia
  17. ผู้ที่มีเส้นประสาทงอกใหม่ในระยะแอ๊คทีฟบริเวณที่จะทำการบำบัด
  18. ผู้ที่มีปัญหาแพ้ต่อความเย็น

ข้อควรระวัง

การบำบัดด้วยเลเซอร์

  1. บริเวณ Epiphysis ของเด็ก
  2. บริเวณเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อ
  3. บริเวณ Sympathetic ganglia, vagus nerve
  4. บริเวณทรวงอก และหัวใจของผู้ป่วยโรคหัวใจ
  5. บริเวณอวัยวะเพศ
  6. บริเวณที่ไวต่อแสง

การบำบัดด้วยความเย็น-ความร้อน

  1. ผู้ที่มีสภาวะการรับรู้ความรู้สึกเสียไป
  2. ผู้ที่มีความไวต่อความเย็น
  3. บริเวณที่มีบาดแผลเปิด

ข้อห้ามใช้

การบำบัดด้วยเลเซอร์

  1. บริเวณตา
  2. บริเวณที่มีเนื้องอก
  3. ผู้ที่มีไข้สูง
  4. บริเวณที่ได้รับรังสีรักษา
  5. บริเวณหน้าท้องในหญิงมีครรภ์
  6. ผู้ที่มีความผิดปกติเรื่องเลือดออก
  7. ผู้ที่มีความบกพร่องในภูมิคุ้มกัน
  8. ผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว, ไตล้มเหลว, ตับล้มเหลว
  9. ผู้ที่ใช้เครื่องควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ (Cardiac pacemaker) หรือมีความผิดปกติในระบบหลอดเลือดหัวใจอย่างรุนแรง
  10. ผู้ที่มีความผิดปกติทางจิต
  11. ผู้ที่มีภาวะทางอารมณ์ไม่มั่นคง
  12. ผู้ที่มีโรคผิวหนังเฉียบพลัน (ผื่นคัน, ผิวหนังอักสบ)
  13. ผู้ที่มีไข้เฉียบพลัน
  14. ผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยยาที่ทำให้ไวต่อแสง
  15. ผู้ที่ใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์
  16. บริเวณที่ไวต่อแสง
  17. บริเวณที่สักสีเข้ม (อาจมีอันตรายจากผิวไหม้) ในกรณีที่เป็นการฉายเลเซอร์บนรอยสัก อาจทำให้สีจางลงได้
  18. บริเวณไฝสีเข้ม

การบำบัดด้วยความเย็น-ความร้อน

  1. ผู้ที่มีการไหลเวียนเลือดปกติ ได้แก่ Arteriosclerosis, raynaud’s syndrome
  2. ภาวะอักเสบเฉียบพลัน
  3. โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง
  4. โรคหลอดเลือดดำภายในอุดตัน (Deep vein thrombosis)
  5. โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย
  6. มีแผลเปิด บริเวณที่จะรักษา
  7. มีการรับความรู้สึกที่ผิวหนังผิดปกติ หรือสูญเสียการรับความรู้สึกที่ผิวหนัง เช่น (ในผู้ป่วยเบาหวาน) Skin sensation impairment (g. some diabetic patients)
  8. ภาวะความผิดปกติทางการรับรู้ขั้นรุนแรง เช่น (ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม)

START TYPING AND PRESS ENTER TO SEARCH