เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า TENS รุ่น EV-806

เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า TENS แบบพกพา

เครื่องบำบัดด้วยกระแสไฟฟ้า เอฟวรี่เวย์ รุ่น อีวี-806 (“Everyway” Electrical Muscle Stimulator Model EV-806)

เครื่องบำบัดด้วยกระแสไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์ส่งกระแสไฟฟ้าผ่านอิเล็กโทรดเข้าสู่ร่างกายไปยังเส้นประสาทและกลุ่มกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับเส้นประสาท เครื่องนี้เป็นอุปกรณ์กระตุ้นที่ผสมผสานสำหรับกระแสทีอีเอ็นเอส (TENS) และกระตุ้นกล้ามเนื้อไฟฟ้า (EMS) ซึ่งใช้ในการบำบัดรักษาอาการ ดังต่อไปนี้

: กระตุ้นกล้ามเนื้อและบรรเทาความเจ็บปวด

: ผ่อนคลายการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ

: ป้องกันหรือยับยั้งการหดลีบของกล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งาน

: เพิ่มการไหลเวียนเลือดเฉพาะที่

: ฝึกกล้ามเนื้อให้กลับมาทำงานใหม่ได้

Specifications

Main Features

WhatsApp Image 2020-09-23 at 9.43.24 AM

คุณสมบัติ

รูปแบบการรักษา ประกอบด้วยการรักษา 2 รูปแบบ ดังนี้

  • การกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าผ่านผิวหนังไปยังเส้นประสาท Transcutaneous Electrical Nerve Stimulation (TENS)

  • การกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า Electrical Muscle Stimulation (EMS)

รูปแบบกระแสไฟ ในการใช้งาน

: การกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าผ่านผิวหนังไปยังเส้นประสาท Transcutaneous Electrical Nerve Stimulation (TENS) สามารถเลือกใช้กระแสไฟได้ 5 รูปแบบ ดังนี้:

  • B (Burst) ปรับเปลี่ยนได้ 0.5 – 5Hz

  • N (Normal) ปรับเปลี่ยนอัตราและความกว้างของการกระตุ้นได้

  • M (Modulation) เป็นการผสมผสานระหว่างการเปลี่ยนช่วงความถี่ของอัตรา การกระตุ้นกับความกว้างของการกระตุ้น

  • SD1 (Strength Duration) การปรับเปลี่ยนความแรงของ กระแสโดยอัตโนมัติ

  • SD2 (Strength-Duration) การปรับเปลี่ยนความแรงของ กระแสและความกว้างของการกระตุ้นโดยอัตโนมัติ

: การกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า Electrical Muscle Stimulation (EMS) สามารถเลือกใช้กระแสไฟได้ 2 รูปแบบ ดังนี้:

  • Synchronous การกระตุ้นของทั้งสองช่องเกิดขึ้นพร้อมกัน เวลา “เปิด” รวมถึงเวลา “เพิ่มและลดกระแส”

  • Alternate การกระตุ้นของ CH2 จะเกิดขึ้นหลังจากการหดตัวครั้งแรกของ CH1 เสร็จสมบูรณ์

◌ สามารถปรับเปลี่ยน Pulse Amplitude ได้ในช่วงระดับสูงสุด 0 – 100 mA

◌ รูปแบบคลื่น Asymmetrical Bi-phasic Square pulsed

◌ แรงดันไฟฟ้า 0 ถึง 50 V

◌ สามามารถปรับอัตราการกระตุ้น (Pulse Rate) จาก 2 ถึง 150 Hz (ปรับเพิ่มขึ้นได้ครั้งละ 1 Hz)

◌ สามามารถปรับระยะกว้างของการกระตุ้น (Pulse Width) จาก 50 ถึง 300 µs (ปรับเพิ่มขึ้นได้ครั้งละ 10 µs)

◌ สามารถปรับช่วงปล่อยไฟ (On time) ได้ในช่วง 2-90 วินาที และช่วงพัก (Off time) ได้ในช่วง 0-90 วินาที (ปรับเพิ่มขึ้นได้ครั้งละ 1 วินาที)

◌ สามารถปรับเวลาการปล่อยคลื่นเป็นชุดแบบค่อยๆเพิ่มและลด (Ramp time) ได้ในช่วง 1-8 วินาที (ปรับเพิ่มขึ้นได้ครั้งละ 1 วินาที)

◌ สามารถตั้งเวลาการรักษาได้ตั้งแต่ 1-60 นาที หรือต่อเนื่อง

◌ สินค้าได้รับการรับรองมาตรฐานจาก ISO13485 และ ISO14971

◌ มาตรฐานอุปกรณ์ไฟฟ้าทางการแพทย์ IEC 60601

คำเตือน ข้อควรระวัง ข้อห้ามใช้

คำเตือน ข้อควรระวัง ข้อห้ามใช้

“อ่านคําเตือนในฉลาก และเอกสารกํากับเครื่องมือแพทย์ก่อนใช้”

คำเตือน

  1. ใช้โดยแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด

  2. ใช้แทนการออกกำลังกายไม่ได้

  3. อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองหรือไหม้ของผิวหนังภายใต้บริเวณที่สัมผัสกับขั้วกระตุ้น (electrode)

  4. อาจเกิดอันตรายจากกระแสไฟฟ้า เช่น

    • ช็อคหรือหมดสติจากเครื่องทำงานผิดปกติ หรือร่างกายบาดเจ็บจากกระแสไฟฟ้ารั่ว

    • การไม่สามารถควบคุมเครื่องได้อันเป็นผลจากการรบกวนของเครื่องหรืออุปกรณ์บำบัดด้วยคลื่นสั้นและไมโครเวฟ ทำให้เกิดการไหลของกระแสขึ้นเอง หรือไหลเพิ่มขึ้น ฉะนั้น จึงควรจัดเครื่องกระตุ้นให้อยู่ห่างจาดเครื่องหรืออุปกรณ์บำบัดด้วยคลื่นสั้นและไมโครเวฟอย่างน้อย 3 เมตร และควรใช้ปลั๊กแยก

  5. อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจวายจากการที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านบริเวณหัวใจ

  6. อาจเกิดการหดเกร็งอย่างรุนแรงบริเวณหลอดลมและหลอดเสียงจากการวางขั้วกระตุ้น (electrode) เหนือบริเวณคอหรือปาก จนทำให้หายใจลำบาก

  7. ควรเก็บอุปกรณ์ดังกล่าวให้ห่างจากมือเด็ก

  8. มีระบบสายดินเพื่อป้องกันไฟรั่ว

  9. ไม่ควรทำการกระตุ้นที่เส้นประสาทบริเวณคาโรติดไซนัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยซึ่งเป็นที่ทราบว่ามีความไวต่อการเกิดคาโรติดไซนัสรีเฟล็กซ์

  10. ไม่ควรทำการกระตุ้นผ่านช่องอกซึ่งการนำกระแสไฟเข้าไปภายในหัวใจอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้

  11. ไม่ควรทำการกระตุ้นผ่านเข้าสู่เนื้อสมอง

  12. ไม่ควรทำการกระตุ้นบนผิวหนังบริเวณที่มีอาการบวม ติดเชื้อ หรืออักเสบ หรือมีผิวหนังแดงตึงปริ เช่น มีภาวะหลอดเลือดดำอักเสบ หลอดเลือดดำอักเสบร่วมกับมีลิ่มเลือด มีเส้นเลือดขอด เป็นต้น

  13. ไม่ควรทำการกระตุ้นบริเวณที่มีรอยโรคมะเร็ง หรือบริเวณที่ใกล้เคียง

ข้อควรระวัง

  1. ผู้ที่เป็นโรคผิวหนังบริเวณที่ต้องทำการรักษา

  2. ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบไหลเวียนโลหิต เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตผิดปกติ

  3. ผู้ที่สงสัยว่าอาจมีความผิดปกติเกี่ยวกับการทำงานของหัวใจหรือผู้ป่วยโรคลมชัก

  4. ผู้ที่มีแนวโน้มเลือดออก เช่น ภายหลังการทำผ่าตัด บาดเจ็บ กระดูกหัก หรือขณะมีรอบเดือน

  5. ผู้ป่วยที่เคยมีอาการระคายเคืองผิวหนังหรือมีผิวหนังที่ไวต่อการกระตุ้นด้วยไฟฟ้า

  6. บริเวณปุ่มกระดูกต่างๆ (bony prominence)

  7. บริเวณผิวหนังที่มีแผลเปิด

  8. บวิเวณเส้นเลือดขอด (varicose vein)

  9. ไม่ควรใช้เครื่องขณะขับรถ ใช้งานเครื่องจักรกล หรืออยู่ใกล้น้ำ หรือระหว่างการทำกิจกรรมใดๆ ซึ่งการหดตัวของกล้ามเนื้ออาจทำให้ผู้ใช้เครื่องเกิดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเกินควร

  10. ผู้มีความผิดปกติของระบบประสาทรับสัมผัส

  11. เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการที่ไม่สามารถสื่อสารให้เข้าใจได้

  12. ควรเก็บเครื่องให้พ้นมือเด็ก

 “ข้อควรระวังในการใช้การกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้า (TENS)

  1. ไม่ใช้เครื่องในกลุ่มอาการปวดที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยจนกว่าจะได้ปรึกษาแพทย์ก่อนการรักษา

  2. ผู้ป่วยที่มีการฝังอุปกรณ์ไฟฟ้าในร่างกาย เช่น เครื่องควบคุมการเต้นของหัวใจ เครื่องกระตุ้นหัวใจ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า หรือโลหะอื่นๆ ไม่ควรรับการบำบัดด้วยการกระตุ้นด้วยกระแส (TENS) โดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน

  3. ผู้ป่วยที่เป็นโครหัวใจ โรคลมชัก มะเร็ง หรือมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ ไม่ควรรับการบำบัดด้วยการกระตุ้นด้วยกระแส (TENS) โดยไม่ปรึกษาแพทย์

  4. การกระตุ้นจากอุปกรณ์นี้อาจเพียงพอให้เสียชีวิตจากกระแสไฟฟ้าได้ กระแสไฟฟ้าในความแรงระดับนี้ไม่ควรเคลื่อนผ่านช่องอกหรือไหลพาดผ่านทรวงอก เนื่องจากอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดปกติได้

  5. ไม่วางอิเล็กโทรดที่ด้านหน้าของลำคอ เนื่องจากอาจเกิดการหดเกร็งของกล้ามเนื้องกล่องเสียงหรือคอหอยได้ การกระตุ้นเหนือบริเวณคาโรติดไซนัส (บริเวณลำคอ) อาจทำให้มีการปิดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้หายใจลำบากและอาจเกิดผลไม่พึงประสงค์ต่อจังหวะการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตได้

  6. ไม่วางขั้วไฟฟ้าที่ศีรษะ หรือตรงส่วนใดๆ ที่อาจทำให้กระแสไฟแล่นผ่านสมอง (ทะลุเข้าศีรษะ) ได้

  7. ในผู้ป่วยบางรายอาจเกิดการระคายเคืองของผิวหนังที่ตำแหน่งติดอิเล็กโทรด หลังจากใช้งานเครื่องมาเป็นเวลานาน หากเกิดปัญหานี้ให้หยุดใช้เครื่องและปรึกษาแพทย์

  8. หากการบำบัดด้วยการกระตุ้นด้วยกระแส (TENS) ไม่มีประสิทธิภาพหรือทำให้รู้สึกไม่สบาย ควรหยุดทำการกระตุ้นจนกว่าแพทย์จะได้ทำการประเมินผลการใช้งานใหม่อีกครั้ง

  9. อุปกรณ์นี้ไม่มีการป้องกันต่อการไวไฟ ห้ามใช้เครื่องในภาวะแวดล้อมที่ไวต่อการเกิดระเบิดและมีสารไวไฟ

“ข้อควรระวังในการใช้การกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า (EMS)

  1. ยังไม่มีการยืนยันชัดเจนถึงความปลอดภัยในการใช้เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้าระหว่างการตั้งครรภ์

  2. ควรใช้ความระมัดระวังเมื่อใช้เครื่องกับผู้ที่สงสัยว่าอาจเป็นโรคหัวใจ หรือได้รับการวินิจฉัยว่ามีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ

  3. ควรใช้ความระวัดระวังเมื่อใช้เครื่องกับผู้ที่สงสัยว่าอาจเป็นโรคลมชักหรือได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคลมชัก

  4. ควรใช้ความระมัดระวังเมื่อมีปัญหาต่อไปนี้

    • เมื่อมีแนวโน้มที่จะเกิดเลือดออกได้ หลังจากได้รับบาดเจ็บเฉียบพลันหรือมีกระดูกหัก

    • หลังจากผ่านหัตถการผ่าตัดได้ไม่นาน ซึ่งการหดตัวของกล้ามเนื้ออาจขัดขวางกระบวนการสมานแผล

    • ในช่วงที่มีประจำเดือนหรือมดลูกอยู่ในภาวะตั้งครรภ์

    • ในบริเวณที่มีผิวหนังขาดการรับความรู้สึกตามปกติ

  5. ผู้ป่วยบางคนอาจมีการระคายเคืองผิวหรือมีอาการแพ้ เนื่องจากการกระตุ้นของกระแสไฟฟ้าหรือจากวัสดุที่เป็นสื่อนำกระแสไฟฟ้า ตามปกติแล้วสามารถลดการระคายเคืองได้แล้ว โดยการใช้สื่อนำไฟฟ้าแบบอื่น หรือเปลี่ยนตำแหน่งวางอิเล็กโทรด

  6. การวางตำแน่งอิเล็กโทรดและการตั้งค่าการกระตุ้น ควรอ้างอิงตามคำแนะนำของแพทย์ผู้สั่งทำการบำบัด

ข้อห้ามใช้

  1. บริเวณท้องของผู้หญิงมีครรภ์

  2. ความผิดปกติของผิวหนัง (abnormal skin) ได้แก่ โรคเรื้อนกวาง หรือสะเก็ดเงิน

  3. บริเวณที่มีอาการบวม ติดเชื้อ หรืออักเสบ

  4. บริเวณที่เป็นมะเร็งและวัณโรค

  5. ผู้ที่ใช้เครื่องควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ (cardiac pacemaker)

  6. ภาวะโรคหัวใจอย่างรุนแรง

  7. ภาวะมีลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ (phlebothrombosis)

  8. ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตผิดปกติอย่างรุนแรง

  9. บริเวณที่มีเลือดออกหรือภาวะเลือดออกง่าย หรือมีปัญหาเรื่องการแข็งตัวของเลือด และบริเวณที่มีความผิดปกติของหลอดเลือด หรือระบบการไหลเวียนเลือด (circulatory dysfunction)

  10. ผู้ที่มีไข้สูง

  11. บริเวณลำคอด้านหน้า หรือผ่านหัวใจ หรือผ่านสมอง

START TYPING AND PRESS ENTER TO SEARCH